เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียน
ติดต่อลงโฆษณา
[email protected]
หรือโทร. 081-811-1138 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
RacingWeb.NET | The Racing Cars Community on Web.
ฟอรั่ม
>
Portal
>
News
>
MICHELIN เปิดตัวยางพรีเมียมประหยัดพลังงานพร้อมกัน 2 รุ่น: 'MICHELIN Primacy 5 energy' และ 'MICHELIN Pilot Sport 5 energy'
>
ตอบกลับหัวข้อ
ชื่อ:
การตรวจสอบ:
กรุณาเปิดใช้งานจาวาสคริปต์เพื่อดำเนินการต่อ
กำลังโหลด...
ข้อความ:
<p>[QUOTE="News, post: 7275109, member: 3"]<p style="text-align: center"><img src="https://i.postimg.cc/tgTcPT0m/MICHELIN-Pilot-Sport-5-energy-04.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังพลิกโฉมระบบนิเวศ ทางการสัญจรและความคาดหวังของลูกค้าไปอย่างสิ้นเชิง ล่าสุด ‘มิชลิน’ ผู้นำด้านนวัตกรรมและ เทคโนโลยียางล้อระดับโลก ได้เปิดตัวยางพรีเมียมใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (MICHELIN Primacy 5 energy) ยางที่ได้รับมาตรฐานสูงสุดระดับ AAA ทั้งยังครองอันดับหนึ่งในฐานะ ยางที่มีอายุใช้งานดีเยี่ยมยาวนานสูงสุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ยางในกลุ่มประเภทเดียวกัน(1) และ ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ (MICHELIN Pilot Sport 5 energy) ยางที่ได้รับมาตรฐานระดับ AA พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีจากกีฬามอเตอร์สปอร์ตและออกแบบให้มีสมรรถนะด้านการประหยัด พลังงานที่ล้ำหน้า โดยยางทั้งสองรุ่นรองรับการใช้งานกับรถทุกประเภทและทุกระบบพลังงาน ทั้งเครื่องยนต์เชื้อเพลิง ไฮบริด และไฟฟ้า</p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.postimg.cc/XvJPFJSS/MICHELIN-Primacy-5-energy-05.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>สรพงษ์ จันทร์นฤกุล ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C บริษัท สยามมิชลิน จำกัด เปิดเผยว่า "ผลิตภัณฑ์ ยางทั้งสองรุ่นให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานสำหรับการใช้งานทุกรูปแบบและให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยมตั้งแต่วันแรกที่ใช้จนถึงวันเปลี่ยนยางรอบถัดไป ตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิชลินที่จะผลักดันให้ การสัญจรเป็นไปอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนยิ่งขึ้น นวัตกรรมยางทั้งสองรุ่นทำให้ ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างสมรรถนะ ความปลอดภัย อายุใช้งานที่ยาวนาน และ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยนอกจากจะให้ประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่าพร้อมการประหยัด พลังงานแล้ว ยางทั้งสองรุ่นยังตอบโจทย์รถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ทั้งเครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด และ ไฟฟ้า ขณะเดียวกันยังเป็นตัวกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับยางพรีเมียมด้วยการผสานคุณสมบัติที่ ดูเหมือนจะขัดแย้งเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว"</p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.postimg.cc/zfBQWBm4/MICHELIN-Primacy-5-energy-04.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p><b>มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี: ยางมาตรฐานสูงสุดระดับ AAA ที่มีอายุใช้งานดีเยี่ยมยาวนาน สูงสุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ยางในกลุ่มประเภทเดียวกัน(1)</b></p><p>‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ เป็นยางพรีเมียมรุ่นแรกของมิชลินที่ได้รับมาตรฐานสูงสุดจากยุโรป ระดับ AAA(1) โดยได้ A ในด้านการลดเสียงรบกวนจากภายนอก(2) สมรรถนะการยึดเกาะบนถนน เปียก(3) และแรงต้านทานการหมุน(4) ทั้งยังมีอายุใช้งานยาวนานเหนือกว่า(5) จึงให้ระยะทางวิ่ง มากขึ้น ไม่ว่าจะใช้งานกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงหรือรถยนต์ไฟฟ้า</p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.postimg.cc/LsXWfXdw/MICHELIN-Primacy-5-energy-01.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p> <p style="text-align: center"><br /></p> <p style="text-align: center"><img src="https://i.postimg.cc/Gp2fY20Z/MICHELIN-Primacy-5-energy-02.png" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p> <p style="text-align: center"><br /></p> <p style="text-align: center"><img src="https://i.postimg.cc/7L6R768r/MICHELIN-Primacy-5-energy-03.png" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>คุณสมบัติเด่นของยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ ได้แก่</p><ul> <li><b>สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ที่เงียบสบายเหนือระดับ</b> ด้วยเทคโนโลยี MICHELIN Silent Rib GEN-3 และ MICHELIN Piano Acoustic ที่ช่วยลดเสียงรบกวนลงได้สูงสุดทั้งเมื่อยางใหม่และใกล้หมดดอก</li> <li><b>ปลอดภัย ขับขี่อย่างมั่นใจบนถนนเปียก</b> ให้ประสิทธิภาพการเบรกบนถนนเปียกที่ดียิ่งขึ้น ทั้งเมื่อยางใหม่และใกล้หมดดอก ด้วยเทคโนโลยี MICHELIN MaxTouch ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสระหว่างยางล้อกับผิวถนน และกระจายแรงกดอย่างสม่ำเสมอตลอดหน้ายางขณะเร่งความเร็ว เบรก และเข้าโค้ง ส่งผลให้หน้ายางมีอายุใช้งานนานขึ้นโดยยังคงให้ความปลอดภัยเป็นเยี่ยมดังเดิม</li> <li><b>ลดความถี่ในการเติมน้ำมันและชาร์จแบตเตอรี่</b> ด้วยประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เหนือชั้นจากเทคโนโลยี MICHELIN Slim Belt เข็มขัดรัดหน้ายาง (Top Belts) ที่บางลงแต่ความแข็งแกร่งเท่าเดิม ซึ่งช่วยลดอัตราการใช้เชื้อเพลิงหรือเพิ่มระยะทางต่อรอบการชาร์จแบตเตอรี่ โดยทำงานคู่กับสูตรเนื้อยางใหม่ MICHELIN Energy Passive 2.0 ซึ่งช่วยให้ยางทนทานและมีอายุใช้งานยาวนานเหนือกว่า</li> </ul> <p style="text-align: center"><img src="https://i.postimg.cc/9fMkTM3S/MICHELIN-Pilot-Sport-5-energy-05.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p><b>มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี: ยางที่ผสานสมรรถนะแบบสปอร์ตเข้ากับประสิทธิภาพใน การประหยัดพลังงาน</b></p><p>‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ เป็นยางสปอร์ตพรีเมียมรุ่นแรกของมิชลินที่ได้รับมาตรฐานยุโรป ระดับ AA สำหรับสมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียกและการลดแรงต้านทานการหมุน พัฒนาขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีจากกีฬามอเตอร์สปอร์ตและออกแบบให้มีสมรรถนะด้านการประหยัดพลังงานที่ล้ำหน้า ยางรุ่นนี้ไม่เพียงตอบสนองต่อการควบคุมได้อย่างแม่นยำฉับไวและให้ประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือชั้น แต่ยังประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็น “ยางแห่งยุค” ที่ให้สมรรถนะและความ รับผิดชอบด้านการประหยัดพลังงานอย่างแท้จริง</p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.postimg.cc/N0MnTMhC/MICHELIN-Pilot-Sport-5-energy-01.png" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p> <p style="text-align: center"><br /></p> <p style="text-align: center"><img src="https://i.postimg.cc/Bv6zD6WY/MICHELIN-Pilot-Sport-5-energy-02.png" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p> <p style="text-align: center"><br /></p> <p style="text-align: center"><img src="https://i.postimg.cc/q7RFnRf5/MICHELIN-Pilot-Sport-5-energy-03.png" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>คุณสมบัติเด่นของยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ ได้แก่</p><ul> <li><b>มอบประสบการณ์ขับขี่ที่ควบคุมได้ดั่งใจ</b> ด้วยเทคโนโลยี MICHELIN Dynamic Response ที่ช่วยถ่ายทอดทุกการควบคุมจากพวงมาลัยสู่พื้นถนนได้แม่นยำสูงสุด และ MICHELIN Piano Acoustic ที่ช่วยลดเสียงรบกวนลงได้สูงสุดทั้งเมื่อยางใหม่และใกล้หมดดอก เพื่อการขับขี่ที่นุ่มเงียบยิ่งขึ้น</li> <li><b>มั่นใจได้ยาวนานเหนือกว่า</b>(6) ด้วยเทคโนโลยี MICHELIN MaxTouch ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสระหว่างยางล้อกับผิวถนน และกระจายแรงกดอย่างสม่ำเสมอตลอดหน้ายางขณะเร่งความเร็ว เบรก และเข้าโค้ง ส่งผลให้หน้ายางมีอายุใช้งานนานขึ้นโดยยังคงให้ความปลอดภัยเป็นเยี่ยมดังเดิม</li> <li><b>ไปได้ไกลกว่าบนทุกสภาพถนน</b>(7) พร้อมลดรอบการชาร์จแบตเตอรี่และความถี่ในการเติมน้ำมัน(8) ด้วยประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เหนือชั้นจากเทคโนโลยี MICHELIN Slim Belt เข็มขัดรัดหน้ายาง (Top Belts) ที่บางลงแต่ความแข็งแกร่งเท่าเดิม ซึ่งช่วยลดอัตราการใช้เชื้อเพลิง หรือเพิ่มระยะทางต่อรอบการชาร์จแบตเตอรี่ โดยทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเนื้อยางคู่ MICHELIN Bi-Compound ซึ่งใช้เนื้อยางสูตร MICHELIN Grip Adaptive บริเวณกลางดอกยางเพื่อการยึดเกาะที่เหนือกว่าทั้งบนถนนเปียกและถนนแห้ง และเนื้อยางสูตร MICHELIN Energy Passive บริเวณไหล่ดอกยางเพื่อช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและเพิ่มระยะทางต่อรอบการชาร์จแบตเตอรี่</li> </ul><p>นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยางทั้งสองรุ่นล่าสุดทุกรายการยังมาพร้อมเทคโนโลยี MICHELIN Premium Touch ตลอดแนวแก้มยางรอบเส้นยางเพื่อความหรูหราโดดเด่นสะดุดตา โดยเทคโนโลยีอันเป็นสิทธิบัตรเฉพาะ ของมิชลินทำให้ได้แก้มยางที่มีลักษณะพื้นผิวคล้ายกำมะหยี่ โดดเด่นด้วยสีดำด้าน (Matte Black) เสริมรูปลักษณ์ให้รถยนต์ที่ติดตั้งยางพรีเมียมสองรุ่นนี้ดูมีสไตล์ยิ่งขึ้น</p><p><br /></p><p><b>ปัจจุบัน ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ และ ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ มีวางจำหน่ายแล้ว ณ ร้านตัวแทนจำหน่ายยางอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ michelin.co.th</b></p><p><br /></p><p>(1) AAA หมายถึง มาตรฐานความเป็นเลิศในทุกหมวดหมู่บนฉลากยางรถยนต์ตามมาตรฐานสหภาพยุโรป (EU Label) ได้แก่ แรงต้านทานการหมุน (ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน), สมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียก และการลดเสียงรบกวนจากภายนอก ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ในตลาดยาง สำหรับเปลี่ยนทดแทนมากกว่า 80% ผ่านเกณฑ์ระดับ AAA ทั้งนี้ ไม่รวมยางที่มิชลินพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษตามข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) ซึ่งมีสัญลักษณ์หรือตัวย่อระบุไว้บนแก้มยาง (Marked Tires)คลิกอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับยางที่มิชลินพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อผู้ผลิตรถยนต์ โดยมีสัญลักษณ์หรือตัวย่อระบุไว้บนแก้มยาง ได้ที่เว็บไซต์ทางการของมิชลิน: <a href="https://www.MICHELIN.co.uk/auto/advice/choose-tyres/marked-tyres" target="_blank" class="externalLink ProxyLink" data-proxy-href="https://www.MICHELIN.co.uk/auto/advice/choose-tyres/marked-tyres" rel="nofollow">https://www.MICHELIN.co.uk/auto/advice/choose-tyres/marked-tyres</a></p><p>(2) ความเงียบ: อ้างอิงการทดสอบด้านเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารและความนุ่มสบายด้วยการตั้งคำถามแบบปลายเปิด (Subjective Interior Noise and Comfort Tests) ซึ่งจัดทำโดย TÜV SÜD ตามคำขอของมิชลิน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 215/55R18 99V กับรถไฟฟ้า CUPRA Born เพื่อเปรียบเทียบยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (100%) กับ ยาง ‘มิชลิน อี.ไพรมาซี่’ (95.3%) ทั้งนี้ ผลลัพธ์จากการใช้งานจริงอาจแตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและ/หรือสภาพอากาศ</p><p>(3) สมรรถนะการเบรกบนถนนเปียกของยางใหม่และยางใกล้หมดดอก: การทดสอบจัดทำโดย TÜV SÜD Product Service ตามคำขอของมิชลิน เมื่อเดือน กรกฎาคม 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 215/55R18 99V กับรถไฟฟ้า CUPRA Born ที่ขับขี่ด้วยความเร็ว 20-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อเปรียบเทียบยาง ‘มิชลิน อี.ไพรมาซี่’ (ยางใหม่ 100% / ยางใกล้หมดดอก 100%) กับ ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (ยางใหม่: 110.4% / ยางใกล้หมดดอก: 108.5% [“ใกล้หมดดอก” ในที่นี้หมายถึงถูกทำให้สึกหรอด้วยเครื่องจักรจนลึกถึงสะพานยางตามระเบียบข้อบังคับของยุโรปเรื่องสะพานยาง (ECE R30r03f)]</p><p>(4) แรงต้านทานการหมุนของยางล้อ: ผลิตภัณฑ์ยางที่วางจำหน่ายในตลาดโดยเฉลี่ยได้รับการจัดอันดับด้านแรงต้านทานการหมุนอยู่ที่ระดับ C [ค่าเฉลี่ยของตลาดยุโรปตามเป้าหมายปี 2573 จากรายงาน Ecodesign Impact Accounting: Overview Report 2024 ซึ่งจัดทำภายใต้คำสั่งและการสนับสนุน ด้านงบประมาณของคณะกรรมาธิการยุโรป]</p><p>(5) อายุการใช้งานยาวนาน: การทดสอบจัดทำโดย DEKRA TEST CENTER ตามคำขอของมิชลิน เมื่อเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 215/55R18 99V กับรถ VW ID3 เพื่อเปรียบเทียบ ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (100%) กับ ยางพรีเมียมชั้นนำแบรนด์อื่นอีก 3 แบรนด์ [แบรนด์ #1 (83%); แบรนด์ #2 (71%); แบรนด์ #3 (80%)]</p><p>(6) การยึดเกาะถนนเปียก/ความปลอดภัย: ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ ได้รับการจัดอันดับระดับ A ด้านสมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียก ตามมาตรฐานฉลากของสหภาพยุโรป</p><p>(7) อายุการใช้งานยาวนาน: การทดสอบจัดทำโดย DEKRA TEST CENTER ในปี 2568 ตามคำขอของมิชลิน โดยติดตั้งยางขนาด 255/45R19 104W-Y กับรถ Tesla Model Y เพื่อเปรียบเทียบยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ (100%) กับ ยางพรีเมียมชั้นนำแบรนด์อื่นอีก 3 แบรนด์ [แบรนด์ #1 (61%), แบรนด์ #2 (99%) และ แบรนด์ #3 (81%)] ทั้งนี้ ผลลัพธ์จากการใช้งานจริงอาจแตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและ/หรือสภาพอากาศ</p><p>(8) ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน: ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ ในตลาดยางสำหรับเปลี่ยนทดแทนทั้งหมด ได้รับการจัดอันดับระดับ A ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานตามมาตรฐานฉลากของสหภาพยุโรป ทั้งนี้ ไม่รวมยางที่มิชลินพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษตามข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) ซึ่งมีสัญลักษณ์หรือตัวย่อระบุไว้บนแก้มยาง (Marked Tires) คลิกอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับยางที่มิชลินพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อผู้ผลิตรถยนต์ โดยมีสัญลักษณ์หรือตัวย่อระบุไว้บนแก้มยาง ได้ที่เว็บไซต์ทางการของมิชลิน: <a href="https://www.MICHELIN.co.uk/auto/advice/choose-tires/marked-tires" target="_blank" class="externalLink ProxyLink" data-proxy-href="https://www.MICHELIN.co.uk/auto/advice/choose-tires/marked-tires" rel="nofollow">https://www.MICHELIN.co.uk/auto/advice/choose-tires/marked-tires</a>[/QUOTE]</p><p><br /></p>
[QUOTE="News, post: 7275109, member: 3"][center][img]https://i.postimg.cc/tgTcPT0m/MICHELIN-Pilot-Sport-5-energy-04.jpg[/img][/center] เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังพลิกโฉมระบบนิเวศ ทางการสัญจรและความคาดหวังของลูกค้าไปอย่างสิ้นเชิง ล่าสุด ‘มิชลิน’ ผู้นำด้านนวัตกรรมและ เทคโนโลยียางล้อระดับโลก ได้เปิดตัวยางพรีเมียมใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (MICHELIN Primacy 5 energy) ยางที่ได้รับมาตรฐานสูงสุดระดับ AAA ทั้งยังครองอันดับหนึ่งในฐานะ ยางที่มีอายุใช้งานดีเยี่ยมยาวนานสูงสุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ยางในกลุ่มประเภทเดียวกัน(1) และ ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ (MICHELIN Pilot Sport 5 energy) ยางที่ได้รับมาตรฐานระดับ AA พัฒนาขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีจากกีฬามอเตอร์สปอร์ตและออกแบบให้มีสมรรถนะด้านการประหยัด พลังงานที่ล้ำหน้า โดยยางทั้งสองรุ่นรองรับการใช้งานกับรถทุกประเภทและทุกระบบพลังงาน ทั้งเครื่องยนต์เชื้อเพลิง ไฮบริด และไฟฟ้า [center][img]https://i.postimg.cc/XvJPFJSS/MICHELIN-Primacy-5-energy-05.jpg[/img][/center] สรพงษ์ จันทร์นฤกุล ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ B2C บริษัท สยามมิชลิน จำกัด เปิดเผยว่า "ผลิตภัณฑ์ ยางทั้งสองรุ่นให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงานสำหรับการใช้งานทุกรูปแบบและให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยมตั้งแต่วันแรกที่ใช้จนถึงวันเปลี่ยนยางรอบถัดไป ตอกย้ำความมุ่งมั่นของมิชลินที่จะผลักดันให้ การสัญจรเป็นไปอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนยิ่งขึ้น นวัตกรรมยางทั้งสองรุ่นทำให้ ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างสมรรถนะ ความปลอดภัย อายุใช้งานที่ยาวนาน และ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยนอกจากจะให้ประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่าพร้อมการประหยัด พลังงานแล้ว ยางทั้งสองรุ่นยังตอบโจทย์รถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ทั้งเครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด และ ไฟฟ้า ขณะเดียวกันยังเป็นตัวกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับยางพรีเมียมด้วยการผสานคุณสมบัติที่ ดูเหมือนจะขัดแย้งเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว" [center][img]https://i.postimg.cc/zfBQWBm4/MICHELIN-Primacy-5-energy-04.jpg[/img][/center] [b]มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี: ยางมาตรฐานสูงสุดระดับ AAA ที่มีอายุใช้งานดีเยี่ยมยาวนาน สูงสุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ยางในกลุ่มประเภทเดียวกัน(1)[/b] ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ เป็นยางพรีเมียมรุ่นแรกของมิชลินที่ได้รับมาตรฐานสูงสุดจากยุโรป ระดับ AAA(1) โดยได้ A ในด้านการลดเสียงรบกวนจากภายนอก(2) สมรรถนะการยึดเกาะบนถนน เปียก(3) และแรงต้านทานการหมุน(4) ทั้งยังมีอายุใช้งานยาวนานเหนือกว่า(5) จึงให้ระยะทางวิ่ง มากขึ้น ไม่ว่าจะใช้งานกับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงหรือรถยนต์ไฟฟ้า [center][img]https://i.postimg.cc/LsXWfXdw/MICHELIN-Primacy-5-energy-01.jpg[/img] [img]https://i.postimg.cc/Gp2fY20Z/MICHELIN-Primacy-5-energy-02.png[/img] [img]https://i.postimg.cc/7L6R768r/MICHELIN-Primacy-5-energy-03.png[/img][/center] คุณสมบัติเด่นของยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ ได้แก่ [list][*][b]สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ที่เงียบสบายเหนือระดับ[/b] ด้วยเทคโนโลยี MICHELIN Silent Rib GEN-3 และ MICHELIN Piano Acoustic ที่ช่วยลดเสียงรบกวนลงได้สูงสุดทั้งเมื่อยางใหม่และใกล้หมดดอก [*][b]ปลอดภัย ขับขี่อย่างมั่นใจบนถนนเปียก[/b] ให้ประสิทธิภาพการเบรกบนถนนเปียกที่ดียิ่งขึ้น ทั้งเมื่อยางใหม่และใกล้หมดดอก ด้วยเทคโนโลยี MICHELIN MaxTouch ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสระหว่างยางล้อกับผิวถนน และกระจายแรงกดอย่างสม่ำเสมอตลอดหน้ายางขณะเร่งความเร็ว เบรก และเข้าโค้ง ส่งผลให้หน้ายางมีอายุใช้งานนานขึ้นโดยยังคงให้ความปลอดภัยเป็นเยี่ยมดังเดิม [*][b]ลดความถี่ในการเติมน้ำมันและชาร์จแบตเตอรี่[/b] ด้วยประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เหนือชั้นจากเทคโนโลยี MICHELIN Slim Belt เข็มขัดรัดหน้ายาง (Top Belts) ที่บางลงแต่ความแข็งแกร่งเท่าเดิม ซึ่งช่วยลดอัตราการใช้เชื้อเพลิงหรือเพิ่มระยะทางต่อรอบการชาร์จแบตเตอรี่ โดยทำงานคู่กับสูตรเนื้อยางใหม่ MICHELIN Energy Passive 2.0 ซึ่งช่วยให้ยางทนทานและมีอายุใช้งานยาวนานเหนือกว่า[/list] [center][img]https://i.postimg.cc/9fMkTM3S/MICHELIN-Pilot-Sport-5-energy-05.jpg[/img][/center] [b]มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี: ยางที่ผสานสมรรถนะแบบสปอร์ตเข้ากับประสิทธิภาพใน การประหยัดพลังงาน[/b] ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ เป็นยางสปอร์ตพรีเมียมรุ่นแรกของมิชลินที่ได้รับมาตรฐานยุโรป ระดับ AA สำหรับสมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียกและการลดแรงต้านทานการหมุน พัฒนาขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีจากกีฬามอเตอร์สปอร์ตและออกแบบให้มีสมรรถนะด้านการประหยัดพลังงานที่ล้ำหน้า ยางรุ่นนี้ไม่เพียงตอบสนองต่อการควบคุมได้อย่างแม่นยำฉับไวและให้ประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือชั้น แต่ยังประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็น “ยางแห่งยุค” ที่ให้สมรรถนะและความ รับผิดชอบด้านการประหยัดพลังงานอย่างแท้จริง [center][img]https://i.postimg.cc/N0MnTMhC/MICHELIN-Pilot-Sport-5-energy-01.png[/img] [img]https://i.postimg.cc/Bv6zD6WY/MICHELIN-Pilot-Sport-5-energy-02.png[/img] [img]https://i.postimg.cc/q7RFnRf5/MICHELIN-Pilot-Sport-5-energy-03.png[/img][/center] คุณสมบัติเด่นของยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ ได้แก่ [list][*][b]มอบประสบการณ์ขับขี่ที่ควบคุมได้ดั่งใจ[/b] ด้วยเทคโนโลยี MICHELIN Dynamic Response ที่ช่วยถ่ายทอดทุกการควบคุมจากพวงมาลัยสู่พื้นถนนได้แม่นยำสูงสุด และ MICHELIN Piano Acoustic ที่ช่วยลดเสียงรบกวนลงได้สูงสุดทั้งเมื่อยางใหม่และใกล้หมดดอก เพื่อการขับขี่ที่นุ่มเงียบยิ่งขึ้น [*][b]มั่นใจได้ยาวนานเหนือกว่า[/b](6) ด้วยเทคโนโลยี MICHELIN MaxTouch ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัสระหว่างยางล้อกับผิวถนน และกระจายแรงกดอย่างสม่ำเสมอตลอดหน้ายางขณะเร่งความเร็ว เบรก และเข้าโค้ง ส่งผลให้หน้ายางมีอายุใช้งานนานขึ้นโดยยังคงให้ความปลอดภัยเป็นเยี่ยมดังเดิม [*][b]ไปได้ไกลกว่าบนทุกสภาพถนน[/b](7) พร้อมลดรอบการชาร์จแบตเตอรี่และความถี่ในการเติมน้ำมัน(8) ด้วยประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เหนือชั้นจากเทคโนโลยี MICHELIN Slim Belt เข็มขัดรัดหน้ายาง (Top Belts) ที่บางลงแต่ความแข็งแกร่งเท่าเดิม ซึ่งช่วยลดอัตราการใช้เชื้อเพลิง หรือเพิ่มระยะทางต่อรอบการชาร์จแบตเตอรี่ โดยทำงานร่วมกับเทคโนโลยีเนื้อยางคู่ MICHELIN Bi-Compound ซึ่งใช้เนื้อยางสูตร MICHELIN Grip Adaptive บริเวณกลางดอกยางเพื่อการยึดเกาะที่เหนือกว่าทั้งบนถนนเปียกและถนนแห้ง และเนื้อยางสูตร MICHELIN Energy Passive บริเวณไหล่ดอกยางเพื่อช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและเพิ่มระยะทางต่อรอบการชาร์จแบตเตอรี่[/list] นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยางทั้งสองรุ่นล่าสุดทุกรายการยังมาพร้อมเทคโนโลยี MICHELIN Premium Touch ตลอดแนวแก้มยางรอบเส้นยางเพื่อความหรูหราโดดเด่นสะดุดตา โดยเทคโนโลยีอันเป็นสิทธิบัตรเฉพาะ ของมิชลินทำให้ได้แก้มยางที่มีลักษณะพื้นผิวคล้ายกำมะหยี่ โดดเด่นด้วยสีดำด้าน (Matte Black) เสริมรูปลักษณ์ให้รถยนต์ที่ติดตั้งยางพรีเมียมสองรุ่นนี้ดูมีสไตล์ยิ่งขึ้น [b]ปัจจุบัน ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ และ ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ มีวางจำหน่ายแล้ว ณ ร้านตัวแทนจำหน่ายยางอย่างเป็นทางการของมิชลินทั่วประเทศ คลิกอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ michelin.co.th[/b] (1) AAA หมายถึง มาตรฐานความเป็นเลิศในทุกหมวดหมู่บนฉลากยางรถยนต์ตามมาตรฐานสหภาพยุโรป (EU Label) ได้แก่ แรงต้านทานการหมุน (ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน), สมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียก และการลดเสียงรบกวนจากภายนอก ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ในตลาดยาง สำหรับเปลี่ยนทดแทนมากกว่า 80% ผ่านเกณฑ์ระดับ AAA ทั้งนี้ ไม่รวมยางที่มิชลินพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษตามข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) ซึ่งมีสัญลักษณ์หรือตัวย่อระบุไว้บนแก้มยาง (Marked Tires)คลิกอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับยางที่มิชลินพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อผู้ผลิตรถยนต์ โดยมีสัญลักษณ์หรือตัวย่อระบุไว้บนแก้มยาง ได้ที่เว็บไซต์ทางการของมิชลิน: [URL]https://www.MICHELIN.co.uk/auto/advice/choose-tyres/marked-tyres[/URL] (2) ความเงียบ: อ้างอิงการทดสอบด้านเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารและความนุ่มสบายด้วยการตั้งคำถามแบบปลายเปิด (Subjective Interior Noise and Comfort Tests) ซึ่งจัดทำโดย TÜV SÜD ตามคำขอของมิชลิน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 215/55R18 99V กับรถไฟฟ้า CUPRA Born เพื่อเปรียบเทียบยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (100%) กับ ยาง ‘มิชลิน อี.ไพรมาซี่’ (95.3%) ทั้งนี้ ผลลัพธ์จากการใช้งานจริงอาจแตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและ/หรือสภาพอากาศ (3) สมรรถนะการเบรกบนถนนเปียกของยางใหม่และยางใกล้หมดดอก: การทดสอบจัดทำโดย TÜV SÜD Product Service ตามคำขอของมิชลิน เมื่อเดือน กรกฎาคม 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 215/55R18 99V กับรถไฟฟ้า CUPRA Born ที่ขับขี่ด้วยความเร็ว 20-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อเปรียบเทียบยาง ‘มิชลิน อี.ไพรมาซี่’ (ยางใหม่ 100% / ยางใกล้หมดดอก 100%) กับ ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (ยางใหม่: 110.4% / ยางใกล้หมดดอก: 108.5% [“ใกล้หมดดอก” ในที่นี้หมายถึงถูกทำให้สึกหรอด้วยเครื่องจักรจนลึกถึงสะพานยางตามระเบียบข้อบังคับของยุโรปเรื่องสะพานยาง (ECE R30r03f)] (4) แรงต้านทานการหมุนของยางล้อ: ผลิตภัณฑ์ยางที่วางจำหน่ายในตลาดโดยเฉลี่ยได้รับการจัดอันดับด้านแรงต้านทานการหมุนอยู่ที่ระดับ C [ค่าเฉลี่ยของตลาดยุโรปตามเป้าหมายปี 2573 จากรายงาน Ecodesign Impact Accounting: Overview Report 2024 ซึ่งจัดทำภายใต้คำสั่งและการสนับสนุน ด้านงบประมาณของคณะกรรมาธิการยุโรป] (5) อายุการใช้งานยาวนาน: การทดสอบจัดทำโดย DEKRA TEST CENTER ตามคำขอของมิชลิน เมื่อเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 215/55R18 99V กับรถ VW ID3 เพื่อเปรียบเทียบ ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (100%) กับ ยางพรีเมียมชั้นนำแบรนด์อื่นอีก 3 แบรนด์ [แบรนด์ #1 (83%); แบรนด์ #2 (71%); แบรนด์ #3 (80%)] (6) การยึดเกาะถนนเปียก/ความปลอดภัย: ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ ได้รับการจัดอันดับระดับ A ด้านสมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียก ตามมาตรฐานฉลากของสหภาพยุโรป (7) อายุการใช้งานยาวนาน: การทดสอบจัดทำโดย DEKRA TEST CENTER ในปี 2568 ตามคำขอของมิชลิน โดยติดตั้งยางขนาด 255/45R19 104W-Y กับรถ Tesla Model Y เพื่อเปรียบเทียบยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ (100%) กับ ยางพรีเมียมชั้นนำแบรนด์อื่นอีก 3 แบรนด์ [แบรนด์ #1 (61%), แบรนด์ #2 (99%) และ แบรนด์ #3 (81%)] ทั้งนี้ ผลลัพธ์จากการใช้งานจริงอาจแตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและ/หรือสภาพอากาศ (8) ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน: ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 5 เอนเนอจี’ ในตลาดยางสำหรับเปลี่ยนทดแทนทั้งหมด ได้รับการจัดอันดับระดับ A ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานตามมาตรฐานฉลากของสหภาพยุโรป ทั้งนี้ ไม่รวมยางที่มิชลินพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษตามข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) ซึ่งมีสัญลักษณ์หรือตัวย่อระบุไว้บนแก้มยาง (Marked Tires) คลิกอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับยางที่มิชลินพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อผู้ผลิตรถยนต์ โดยมีสัญลักษณ์หรือตัวย่อระบุไว้บนแก้มยาง ได้ที่เว็บไซต์ทางการของมิชลิน: [URL]https://www.MICHELIN.co.uk/auto/advice/choose-tires/marked-tires[/URL][/QUOTE]
เข้าสู่ระบบด้วย Facebook
เข้าสู่ระบบด้วย Twitter
เข้าสู่ระบบด้วย Google
ชื่อผู้ใช้งานหรือที่อยู่อีเมล์ของคุณ:
คุณมีบัญชีผู้ใช้หรือไม่?
ไม่มี, สร้างบัญชีผู้ใช้ตอนนี้
มี, รหัสผ่านของฉันคือ:
ลืมรหัสผ่านของคุณ?
อยู่ในระบบตลอดเวลา
RacingWeb.NET | The Racing Cars Community on Web.
ฟอรั่ม
>
Portal
>
News
>
MICHELIN เปิดตัวยางพรีเมียมประหยัดพลังงานพร้อมกัน 2 รุ่น: 'MICHELIN Primacy 5 energy' และ 'MICHELIN Pilot Sport 5 energy'
>
หน้าแรก
หน้าแรก
Quick Links
โพสต์ล่าสุด
กิจกรรมล่าสุด
ผู้เขียน
ฟอรั่ม
ฟอรั่ม
Quick Links
ค้นหาฟอรั่ม
โพสต์ล่าสุด
ประกาศซื้อขาย
ประกาศซื้อขาย
Quick Links
ค้นหาประกาศซื้อขาย
กิจกรรมล่าสุด
ผู้ค้าขายคะแนนสูงสุด
สื่อ/วิดีโอ
สื่อ/วิดีโอ
Quick Links
Search Media
New Media
สมาชิก
สมาชิก
Quick Links
สมาชิกที่โดดเด่น
สมาชิกที่ลงทะเบียน
ผู้ใช้งานในขณะนี้
กิจกรรมล่าสุด
โพสต์ข้อมูลส่วนตัวใหม่
เมนู
ค้นหาเฉพาะชื่อ
โพสต์โดยสมาชิก:
แยกชื่อด้วยเครื่องหมายจุลภาค
ใหม่กว่า:
ค้นหาเฉพาะหัวข้อนี้
ค้นหาเฉพาะฟอรั่มนี้
แสดงผลเป็นหัวข้อ
การค้นหาที่มีประโยชน์
โพสต์ล่าสุด
เพิ่มเติม...