เข้าสู่ระบบหรือลงทะเบียน
ติดต่อลงโฆษณา
[email protected]
หรือโทร. 081-811-1138 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
RacingWeb.NET | The Racing Cars Community on Web.
ฟอรั่ม
>
Portal
>
News
>
‘MICHELIN’ เปิดตัวเทคโนโลยีแบบจำลองยางเสมือนจริง Universal Tire Digital Twin เชื่อมโยงข้อมูลยางกับระบบดิจิทัลของรถยนต์แบบเรียลไทม์ เพื่อความปลอดภัยของทุกชีวิตบนท้องถนน
>
ตอบกลับหัวข้อ
ชื่อ:
การตรวจสอบ:
กรุณาเปิดใช้งานจาวาสคริปต์เพื่อดำเนินการต่อ
กำลังโหลด...
ข้อความ:
<p>[QUOTE="News, post: 7282685, member: 3"]<p style="text-align: center"><img src="https://i.postimg.cc/HLRGrzGC/Universal-Tire-Digital-Twin-Print-Out.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p>ล่าสุด ‘มิชลิน’ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางล้อระดับโลก ได้เปิดตัวเทคโนโลยีแบบจำลองยางเสมือนจริง Universal Tire Digital Twin ซึ่งสามารถแปลงข้อมูลที่ได้จากระบบรถเป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้จริงแบบเรียลไทม์เพื่อให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่รถยนต์หรือผู้ขับขี่ โดยมิชลินได้นำความเชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ของยางรถยนต์ที่สั่งสมมานานกว่า 130 ปี มาผสานกับการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ขั้นสูง เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และอัลกอริทึมด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล นวัตกรรมนี้มุ่งสร้างประสบการณ์ขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคนด้วยการช่วยให้รถยนต์สามารถคาดการณ์การทำงานของระบบได้ล่วงหน้าและปรับสมรรถนะให้ดีขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยข้อมูลจากเซนเซอร์ของยางรถ</p><p><br /></p><p>ฟิลิปป์ ฌาควิน (Philippe Jacquin) รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาประจำมิชลิน ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารกลุ่มมิชลิน เปิดเผยว่า "<i>ด้วยเทคโนโลยี Universal Tire Digital Twin มิชลินไม่เพียงรับข้อมูลจากรถยนต์ แต่ยังให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่รถแบบเรียลไทม์ โดยทั่วไปยางรถทุกเส้น...ไม่ว่ายี่ห้อใด...ต่างมาพร้อมระบบอัจฉริยะในตัว อย่างไรก็ตาม การพัฒนายางรถให้ชาญฉลาดมากขึ้นของ มิชลินถือเป็นการยกระดับบทบาทของผู้ผลิตยางรถยนต์ไปสู่มิติใหม่ ทั้งยังตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมิชลินในการเสริมสร้างความปลอดภัยเพื่อผู้ใช้ถนนทุกคน"</i></p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.postimg.cc/yNtqDjqC/Universal-Tire-Digital-Twin-Infography-SDV.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p><b>- นวัตกรรมที่ช่วยยกระดับสมรรถนะรถยนต์โดยรวม พร้อมมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่าและปลอดภัยยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังดึงศักยภาพสูงสุดของยางรถยนต์ออกมาได้อย่างเต็มที่</b></p><p><br /></p><p>เทคโนโลยี Digital Twin ของมิชลิน คือแบบจำลองยางเสมือนจริงที่วิเคราะห์และคาดการณ์สภาพยางอย่างต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ โดยพิจารณาแรงดันลมยาง การสึกหรอ น้ำหนักบรรทุก ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน และสภาพการขับขี่ พร้อมนำข้อมูลดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ได้จากระบบรถ (In-Vehicle Data)</p><p><br /></p><p>เทคโนโลยีนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงส่งข้อมูลให้กับรถยนต์และผู้ขับขี่ แต่ยังสามารถตอบโต้โดยตรงกับระบบต่าง ๆ ที่ติดตั้งมาในรถยนต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยยกระดับความปลอดภัยด้วยการคาดการณ์ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนสูงสุด, ป้องกันการเหินน้ำ, เพิ่มประสิทธิภาพของระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (Advanced Driver Assistance Systems: ADAS) อาทิ ระบบป้องกันล้อล็อก (Anti-Blocking System : ABS) รวมถึงตรวจสอบแรงดันลมยางและตรวจจับการบรรทุกน้ำหนักเกินกำหนด ซึ่งนั่นหมายความว่ารถสามารถคาดการณ์ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนได้ล่วงหน้า ปรับปรุงเสถียรภาพการขับขี่ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง และปรับระยะเบรกให้เหมาะสมขึ้นได้หลายเมตร</p><p><br /></p><p>ระบบดังกล่าวบูรณาการเข้ากับตัวรถอย่างสมบูรณ์แบบจนผู้ขับขี่แทบไม่รู้สึกถึงการทำงานที่ดำเนินอยู่ โดยระบบนี้คอยให้ความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์ตามสภาพยางในขณะนั้น จึงให้ประโยชน์ที่จับต้องได้ในทุกการเดินทาง ซึ่งสำหรับผู้ขับขี่หมายถึงประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มนวล ปลอดภัย และคาดการณ์ได้มากยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่</p><p><br /></p><p>การส่งข้อมูลที่เชื่อถือได้อย่างต่อเนื่องจากระบบต่าง ๆ ของรถยังช่วยสนับสนุนการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานยางให้ยาวนานขึ้น นอกจากนี้ การที่เทคโนโลยี Digital Twin ติดตามดูแลยางให้มีสภาพเหมาะกับการใช้งานสูงสุดและสามารถใช้งานบน ท้องถนนได้ยาวนานยิ่งขึ้น ยังมีส่วนช่วยลดการใช้วัสดุในการผลิตยางและบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับวงจรชีวิตของยาง</p><p><br /></p><p><b>- ระบบสมองดิจิทัลแบบฝังตัวที่ไม่ต้องติดตั้งเซนเซอร์เพิ่ม สามารถใช้งานร่วมกับรถยนต์และยางรถยนต์ทุกยี่ห้อ (Universal Embedded System)</b></p><p><br /></p><p>ระบบอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ 100% ของมิชลินนี้ใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในระบบรถโดยไม่ต้องติดตั้งเซนเซอร์เพิ่มเติม ทั้งยังเป็นนวัตกรรมที่สามารถใช้งานร่วมกับยางรถทุกรุ่นทุกยี่ห้อ และสามารถติดตั้งได้กับยานยนต์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถบรรทุก หรือแม้กระทั่งรถรับ-ส่งอัตโนมัติไร้คนขับ (Self-Driving Shuttles)</p><p><br /></p><p>เทคโนโลยี Digital Twin เปรียบเสมือน “สมองดิจิทัล” ซึ่งฝังตัวมาเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมยานยนต์ ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (Software Defined Vehicle: SDV) อันเป็นรูปแบบการเดินทางสัญจรแห่งอนาคต</p><p><br /></p><p>นวัตกรรมนี้เป็นผลมาจากการวิจัยและพัฒนายาวนานกว่า 10 ปี ได้รับการคุ้มครองด้วยสิทธิบัตรหลายฉบับและผ่านการทดสอบครอบคลุมระยะทางหลายล้านกิโลเมตร โดยผสานข้อมูลที่ได้จากระบบรถเข้ากับการสร้างแบบจำลองทางกายภาพและคณิตศาสตร์ที่มิชลินพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหลายปี</p><p><br /></p><p style="text-align: center"><img src="https://i.postimg.cc/Zq2kWHkt/Universal-Tire-Digital-Twin-Infography.jpg" class="bbCodeImage wysiwygImage" alt="" unselectable="on" /></p><p><br /></p><p><b>- การเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดของมิชลินไม่เพียงตอกย้ำสถานะ “เพื่อนคู่ใจ” ของผู้ขับขี่ในด้านความปลอดภัย แต่ยังแสดงถึงความพร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดด้านเทคโนโลยีแบบจำลองยางเสมือนจริง Tire Digital Twin</b></p><p><br /></p><p>เทคโนโลยี Digital Twin ของมิชลินเปลี่ยนยางให้เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่กำหนดอนาคตการเดินทางสัญจรบนพื้นฐานระบบนิเวศข้อมูลของรถ</p><p><br /></p><p>การเกิดขึ้นของยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์และยานยนต์อัตโนมัติไร้คนขับ ทำให้สามารถพัฒนาสมรรถนะและคุณสมบัติของรถ ตลอดจนประสบการณ์ขับขี่ ได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน ทั้งนี้ ตลาดยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์มีมูลค่าอยู่ที่ 213.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6.9 ล้านล้านบาท) ในปี 2567 และคาดว่ามูลค่าจะพุ่งสูงถึง 1.24 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 40 ล้านล้านบาท) ในปี 2573* ด้วยเทคโนโลยีที่พลิกโฉมวงการ (Disruptive Technology) ดังกล่าวทำให้กลุ่มมิชลินมีบทบาททั้งในฐานะผู้บุกเบิกและพันธมิตรรายสำคัญที่สนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์ในการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตรถยนต์ที่ระบบการทำงานต่าง ๆ ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์มากขึ้น</p><p><br /></p><p>การพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างมิชลินกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง Brembo แบรนด์ผู้ผลิตระบบเบรกที่มีชื่อเสียงระดับโลก, Hyundai แบรนด์รถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้, QNX แบรนด์ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการที่ค่ายรถยนต์ชั้นนำเลือกใช้, ETAS บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ยานยนต์ชั้นนำ และ Sonatus บริษัทเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และ AI สำหรับยานยนต์สัญชาติอเมริกัน โดยครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การวิจัยพื้นฐานไปจนถึงการผลิตในระดับอุตสาหกรรม</p><p><br /></p><p>อนึ่ง ความร่วมมือของมิชลินกับ Brembo ล่าสุด ตอกย้ำให้เห็นประโยชน์ของเทคโนโลยี Digital Twin ต่อสมรรถนะของระบบเบรก ABS ได้อย่างชัดเจน โดยการบูรณาการข้อมูลสภาพยางตามจริงเข้าในอัลกอริทึมการเบรกช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบเบรก ส่งผลให้ระยะเบรกสั้นลงได้สูงสุดถึง 4 เมตร และการเบรกมีเสถียรภาพดีขึ้น โดยเฉพาะในกรณีเบรกกะทันหัน</p><p><br /></p><p>* อ้างอิงข้อมูลจากรายงาน MarketsandMarkets – Future of SDV Markets Global Forecast to 2030 (Passenger Car & Light Commercial Vehicle)[/QUOTE]</p><p><br /></p>
[QUOTE="News, post: 7282685, member: 3"][center][img]https://i.postimg.cc/HLRGrzGC/Universal-Tire-Digital-Twin-Print-Out.jpg[/img][/center] ล่าสุด ‘มิชลิน’ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียางล้อระดับโลก ได้เปิดตัวเทคโนโลยีแบบจำลองยางเสมือนจริง Universal Tire Digital Twin ซึ่งสามารถแปลงข้อมูลที่ได้จากระบบรถเป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้จริงแบบเรียลไทม์เพื่อให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่รถยนต์หรือผู้ขับขี่ โดยมิชลินได้นำความเชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์ของยางรถยนต์ที่สั่งสมมานานกว่า 130 ปี มาผสานกับการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ขั้นสูง เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และอัลกอริทึมด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล นวัตกรรมนี้มุ่งสร้างประสบการณ์ขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคนด้วยการช่วยให้รถยนต์สามารถคาดการณ์การทำงานของระบบได้ล่วงหน้าและปรับสมรรถนะให้ดีขึ้น โดยไม่ต้องอาศัยข้อมูลจากเซนเซอร์ของยางรถ ฟิลิปป์ ฌาควิน (Philippe Jacquin) รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาประจำมิชลิน ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารกลุ่มมิชลิน เปิดเผยว่า "[i]ด้วยเทคโนโลยี Universal Tire Digital Twin มิชลินไม่เพียงรับข้อมูลจากรถยนต์ แต่ยังให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่รถแบบเรียลไทม์ โดยทั่วไปยางรถทุกเส้น...ไม่ว่ายี่ห้อใด...ต่างมาพร้อมระบบอัจฉริยะในตัว อย่างไรก็ตาม การพัฒนายางรถให้ชาญฉลาดมากขึ้นของ มิชลินถือเป็นการยกระดับบทบาทของผู้ผลิตยางรถยนต์ไปสู่มิติใหม่ ทั้งยังตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมิชลินในการเสริมสร้างความปลอดภัยเพื่อผู้ใช้ถนนทุกคน"[/i] [center][img]https://i.postimg.cc/yNtqDjqC/Universal-Tire-Digital-Twin-Infography-SDV.jpg[/img][/center] [b]- นวัตกรรมที่ช่วยยกระดับสมรรถนะรถยนต์โดยรวม พร้อมมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่าและปลอดภัยยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังดึงศักยภาพสูงสุดของยางรถยนต์ออกมาได้อย่างเต็มที่[/b] เทคโนโลยี Digital Twin ของมิชลิน คือแบบจำลองยางเสมือนจริงที่วิเคราะห์และคาดการณ์สภาพยางอย่างต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ โดยพิจารณาแรงดันลมยาง การสึกหรอ น้ำหนักบรรทุก ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน และสภาพการขับขี่ พร้อมนำข้อมูลดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ได้จากระบบรถ (In-Vehicle Data) เทคโนโลยีนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงส่งข้อมูลให้กับรถยนต์และผู้ขับขี่ แต่ยังสามารถตอบโต้โดยตรงกับระบบต่าง ๆ ที่ติดตั้งมาในรถยนต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยยกระดับความปลอดภัยด้วยการคาดการณ์ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนสูงสุด, ป้องกันการเหินน้ำ, เพิ่มประสิทธิภาพของระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (Advanced Driver Assistance Systems: ADAS) อาทิ ระบบป้องกันล้อล็อก (Anti-Blocking System : ABS) รวมถึงตรวจสอบแรงดันลมยางและตรวจจับการบรรทุกน้ำหนักเกินกำหนด ซึ่งนั่นหมายความว่ารถสามารถคาดการณ์ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนได้ล่วงหน้า ปรับปรุงเสถียรภาพการขับขี่ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง และปรับระยะเบรกให้เหมาะสมขึ้นได้หลายเมตร ระบบดังกล่าวบูรณาการเข้ากับตัวรถอย่างสมบูรณ์แบบจนผู้ขับขี่แทบไม่รู้สึกถึงการทำงานที่ดำเนินอยู่ โดยระบบนี้คอยให้ความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์ตามสภาพยางในขณะนั้น จึงให้ประโยชน์ที่จับต้องได้ในทุกการเดินทาง ซึ่งสำหรับผู้ขับขี่หมายถึงประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มนวล ปลอดภัย และคาดการณ์ได้มากยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ การส่งข้อมูลที่เชื่อถือได้อย่างต่อเนื่องจากระบบต่าง ๆ ของรถยังช่วยสนับสนุนการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานยางให้ยาวนานขึ้น นอกจากนี้ การที่เทคโนโลยี Digital Twin ติดตามดูแลยางให้มีสภาพเหมาะกับการใช้งานสูงสุดและสามารถใช้งานบน ท้องถนนได้ยาวนานยิ่งขึ้น ยังมีส่วนช่วยลดการใช้วัสดุในการผลิตยางและบรรเทาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับวงจรชีวิตของยาง [b]- ระบบสมองดิจิทัลแบบฝังตัวที่ไม่ต้องติดตั้งเซนเซอร์เพิ่ม สามารถใช้งานร่วมกับรถยนต์และยางรถยนต์ทุกยี่ห้อ (Universal Embedded System)[/b] ระบบอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ 100% ของมิชลินนี้ใช้ข้อมูลที่มีอยู่ในระบบรถโดยไม่ต้องติดตั้งเซนเซอร์เพิ่มเติม ทั้งยังเป็นนวัตกรรมที่สามารถใช้งานร่วมกับยางรถทุกรุ่นทุกยี่ห้อ และสามารถติดตั้งได้กับยานยนต์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถบรรทุก หรือแม้กระทั่งรถรับ-ส่งอัตโนมัติไร้คนขับ (Self-Driving Shuttles) เทคโนโลยี Digital Twin เปรียบเสมือน “สมองดิจิทัล” ซึ่งฝังตัวมาเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมยานยนต์ ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (Software Defined Vehicle: SDV) อันเป็นรูปแบบการเดินทางสัญจรแห่งอนาคต นวัตกรรมนี้เป็นผลมาจากการวิจัยและพัฒนายาวนานกว่า 10 ปี ได้รับการคุ้มครองด้วยสิทธิบัตรหลายฉบับและผ่านการทดสอบครอบคลุมระยะทางหลายล้านกิโลเมตร โดยผสานข้อมูลที่ได้จากระบบรถเข้ากับการสร้างแบบจำลองทางกายภาพและคณิตศาสตร์ที่มิชลินพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหลายปี [center][img]https://i.postimg.cc/Zq2kWHkt/Universal-Tire-Digital-Twin-Infography.jpg[/img][/center] [b]- การเปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดของมิชลินไม่เพียงตอกย้ำสถานะ “เพื่อนคู่ใจ” ของผู้ขับขี่ในด้านความปลอดภัย แต่ยังแสดงถึงความพร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดด้านเทคโนโลยีแบบจำลองยางเสมือนจริง Tire Digital Twin[/b] เทคโนโลยี Digital Twin ของมิชลินเปลี่ยนยางให้เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่กำหนดอนาคตการเดินทางสัญจรบนพื้นฐานระบบนิเวศข้อมูลของรถ การเกิดขึ้นของยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์และยานยนต์อัตโนมัติไร้คนขับ ทำให้สามารถพัฒนาสมรรถนะและคุณสมบัติของรถ ตลอดจนประสบการณ์ขับขี่ ได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน ทั้งนี้ ตลาดยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์มีมูลค่าอยู่ที่ 213.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6.9 ล้านล้านบาท) ในปี 2567 และคาดว่ามูลค่าจะพุ่งสูงถึง 1.24 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 40 ล้านล้านบาท) ในปี 2573* ด้วยเทคโนโลยีที่พลิกโฉมวงการ (Disruptive Technology) ดังกล่าวทำให้กลุ่มมิชลินมีบทบาททั้งในฐานะผู้บุกเบิกและพันธมิตรรายสำคัญที่สนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์ในการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตรถยนต์ที่ระบบการทำงานต่าง ๆ ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์มากขึ้น การพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างมิชลินกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง Brembo แบรนด์ผู้ผลิตระบบเบรกที่มีชื่อเสียงระดับโลก, Hyundai แบรนด์รถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้, QNX แบรนด์ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการที่ค่ายรถยนต์ชั้นนำเลือกใช้, ETAS บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ยานยนต์ชั้นนำ และ Sonatus บริษัทเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และ AI สำหรับยานยนต์สัญชาติอเมริกัน โดยครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การวิจัยพื้นฐานไปจนถึงการผลิตในระดับอุตสาหกรรม อนึ่ง ความร่วมมือของมิชลินกับ Brembo ล่าสุด ตอกย้ำให้เห็นประโยชน์ของเทคโนโลยี Digital Twin ต่อสมรรถนะของระบบเบรก ABS ได้อย่างชัดเจน โดยการบูรณาการข้อมูลสภาพยางตามจริงเข้าในอัลกอริทึมการเบรกช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบเบรก ส่งผลให้ระยะเบรกสั้นลงได้สูงสุดถึง 4 เมตร และการเบรกมีเสถียรภาพดีขึ้น โดยเฉพาะในกรณีเบรกกะทันหัน * อ้างอิงข้อมูลจากรายงาน MarketsandMarkets – Future of SDV Markets Global Forecast to 2030 (Passenger Car & Light Commercial Vehicle)[/QUOTE]
เข้าสู่ระบบด้วย Facebook
เข้าสู่ระบบด้วย Twitter
เข้าสู่ระบบด้วย Google
ชื่อผู้ใช้งานหรือที่อยู่อีเมล์ของคุณ:
คุณมีบัญชีผู้ใช้หรือไม่?
ไม่มี, สร้างบัญชีผู้ใช้ตอนนี้
มี, รหัสผ่านของฉันคือ:
ลืมรหัสผ่านของคุณ?
อยู่ในระบบตลอดเวลา
RacingWeb.NET | The Racing Cars Community on Web.
ฟอรั่ม
>
Portal
>
News
>
‘MICHELIN’ เปิดตัวเทคโนโลยีแบบจำลองยางเสมือนจริง Universal Tire Digital Twin เชื่อมโยงข้อมูลยางกับระบบดิจิทัลของรถยนต์แบบเรียลไทม์ เพื่อความปลอดภัยของทุกชีวิตบนท้องถนน
>
หน้าแรก
หน้าแรก
Quick Links
โพสต์ล่าสุด
กิจกรรมล่าสุด
ผู้เขียน
ฟอรั่ม
ฟอรั่ม
Quick Links
ค้นหาฟอรั่ม
โพสต์ล่าสุด
ประกาศซื้อขาย
ประกาศซื้อขาย
Quick Links
ค้นหาประกาศซื้อขาย
กิจกรรมล่าสุด
ผู้ค้าขายคะแนนสูงสุด
สื่อ/วิดีโอ
สื่อ/วิดีโอ
Quick Links
Search Media
New Media
สมาชิก
สมาชิก
Quick Links
สมาชิกที่โดดเด่น
สมาชิกที่ลงทะเบียน
ผู้ใช้งานในขณะนี้
กิจกรรมล่าสุด
โพสต์ข้อมูลส่วนตัวใหม่
เมนู
ค้นหาเฉพาะชื่อ
โพสต์โดยสมาชิก:
แยกชื่อด้วยเครื่องหมายจุลภาค
ใหม่กว่า:
ค้นหาเฉพาะหัวข้อนี้
ค้นหาเฉพาะฟอรั่มนี้
แสดงผลเป็นหัวข้อ
การค้นหาที่มีประโยชน์
โพสต์ล่าสุด
เพิ่มเติม...